เครื่องกรองอากาศ เลือกให้ดีแล้วจะคุ้มค่า

348

ปัจจุบันนี้สภาพอากาศบ้านเราไม่ค่อยจะดี มลภาวะก็เยอะ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควัน เชื้อโรค สารเคมีต่างๆ ล้วนแต่จะสร้างปัญหาด้านสุขภาพให้กับเรา ยิ่งถ้าสะสมมากๆก็ยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับปอด เป็นต้น และช่วงนี้ยังมีปัญหาเรื่องละอองฝุ่นในอากาศ หรือวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ทำให้หลายๆคนหันมาซื้อเครื่องกรองอากาศกันมากขึ้น เราจึงอยากแนะนำหลักที่ใช้พิจารณาในการเลือก เครื่องกรองอากาศ หรือ เครื่องฟอกอากาศ

เครื่องกรองอากาศ
ภาพประกอบจาก LG.com

1. ประสิทธิภาพของเครื่องกรองอากาศ เราสามารถทราบได้จากค่าต่างๆบนฉลากเครื่อง ได้แก่

  • CADR หรือ Clean Air Delivery Rate เป็นการวัดปริมาณอากาศทั้งหมดที่ระบบกรองอากาศสามารถทำความสะอาดอากาศที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรกที่เฉพาะเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่งได้เวลา 1 นาที ค่าCADR จะผ่านการทดสอบจากหน่วยงาน Association of Home Appliance Manufacturers (AHM) ค่า CADR เป็นค่ามาตราฐานกลางที่รับรองโดยหน่วยงานด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสถาบันสุขภาพปอดแห่งสหรัฐอเมริกา โดยผลการทดสอบจะระบุเป็นตัวเลขที่มีหน่วยเป็นคิวบิกฟุตต่อนาที (CFM) จำนวน 3 ค่า ได้แก่
    1. SMOKE อัตราการทำความสะอาดอากาศที่ปนเปื้อนควันบุหรี่
    2. DUST อัตราการทำความสะอาดอากาศที่มีฝุ่นละออง
    3. POLLEN อัตราการทำความสะอาดอากาศที่ปนเปื้อนละอองเกษรดอกไม้

ค่า CADR ที่แสดงนั้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 125 และถ้ายิ่งมีค่ามากแสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพในการกรองดี ดังนั้นหนึ่งคำถามที่คุณควรถามกับพนังงานขายก็คือ “เครื่องฟอกอากาศเครื่องนี้หนึ่งชั่วโมงกรองได้กี่รอบ ?”

  • Air Volume หรือ Airflow คือตัววัดความเร็วลมจากปริมาณของอากาศที่ถูกดูดเข้าไปและปล่อยออกมาจากเครื่องกรองอากาศ ถ้ามีค่าสูงหมายถึงว่ามีประสิทธิภาพในการกรองอากาศสูง
  • Area Coverage คือขนาดของห้องที่เครื่องฟองอากาศสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อเครื่องกรองอากาศจึงจำเป็นต้องวัดขนาดของห้องเสียก่อน ขนาดคือ กว้าง x ยาว = ตารางเมตร
  • Air Changes per Hour (ACH) คืออัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศสะอาดให้กับห้องภายในหนึ่งชั่วโมง เช่น ค่าระบุที่ 5 หมายความว่า อากาศภายในห้องจะถูกเปลี่ยนถ่ายเป็นอากาศสะอาดได้ถึง 5 รอบทุกชั่วโมง

2. แผ่นกรองอากาศ (Filter) การทำงานของแผ่นกรองอากาศจะลดประสิทธิภาพลงนับตั้งแต่คุณเริ่มใช้เครื่อง เมื่อถึงเวลาคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง แต่หากคุณไม่เปลี่ยนก็เท่ากับคุณเปิดพัดลมดีๆนี่เองคะ ดังนั้นแผ่นกรองอากาศจึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องกรองอากาศคะ เนื่องจากเราไม่สามารถทราบได้ว่าแผ่นกรองของเราควรถึงเวลาเปลี่ยนแล้วหรือไม่ จึงควรเลือกเครื่องกรองอากาศที่มีตัวจับเวลาเปิด-ปิดเครื่อง ซึ่งจะสามารถแจ้งเตือนได้ว่าควรเปลี่ยนแผ่นกรองหรือยัง ซึ่งเครื่องกรองอากาศขนาดเล็กมักจะไม่มี อีกปัจจัยหนึ่งก็เรื่องราคา และการหาซื้อ ควรสอบถามให้อะเลียด ถ้าหาซื้อยากก็ต้องชั่งใจก่อนซื้อนะคะ

3. ฟังก์ชั่น  เป็นสิ่งหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้ผู้ซื้อได้รับประโยชน์มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็มาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นเช่นกัน เช่น แผ่นกรองคาร์บอน ซึ่งจะช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แผ่นกรองที่มีคุณสมบัติกักเก็บน้ำซึ่งจะช่วยให้อากาศที่ออกมามีความชุ่มชื่น เป็นต้น

4. การรับประกัน อย่ามองแต่ราคาเพียงอย่างเดียว เพราะเครื่องฟองอากาศจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาอยู่ตลอด จึงควรมองเรื่องการรับประกันสินค้าว่ามีระยะเวลาเหมาะสมหรือไม่ และรับประกันอะไหล่ส่วนไหนบ้าง

5. ระดับเสียง ปัจจัยนี้อาจถูกมองข้าม แต่เชื่อเถอะคะว่า คุณจะรู้สึกรำคาญถ้าเครื่องกรองอากาศของคุณมีเสียงดัง และหากว่างไว้ในห้องนอนคุณจะนอนไม่หลับได้นะคะ ระดับที่ดีตั้งไม่เกิน 30-31 เดซิเบล

เมื่อทราบแล้ว หากต้องซื้อเครื่องกรองอากาศครั้งต่อไปอย่าลืมนำไปใช้นะคะ

ข้อมูลอ้างอิง

ฟอกอากาศดีอย่างไร ในยุคที่มีแต่มลพิษ: chiangmainews.co.th
เลือกเครื่องฟอกอากาศ ไม่ยากอย่างที่คิด: daddylittlethings.com
การเลือกฟอกอากาศเลือกที่ดีที่สุด: airbornefilter.com
รู้ก่อนซื้อ เลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับบ้านเรา: thepower.co.th

ร่วมแสดงความคิดเห็น