รู้จัก พลังงานหมุนเวียน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด

260

ขณะที่ทั่วโลกได้ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงงานหมุนเวียน กำหนดเรื่องนี้ให้เป็นกลยุทธ์และนโยบายของประเทศ เพื่อลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล อย่าง ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งพลังงานที่กำลังใกล้จะสูญ และยังทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างหนักอีกด้วย พลังงานหมุนเวียนจึงเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างยั่งยืน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ โซล่าเซลล์ พลังงานจากขยะมูลฝอยจากภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานชีวมวล

พลังงานหมุนเวียน

สหภาพยุโรปในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาและใช้พลังงานหมุนเวียน จนสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้ถึง 27 เปอร์เซนต์ ส่วนประเทศไทยเองก็กำลังศึกษาและพัฒนาการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และคาดหวังว่าใน ปี พ.ศ. 2593 เราจะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในการตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของประชาชนทุกภาคส่วน

กระบี่เป็นจังหวัดที่ได้ถูกเลือกให้กลายเป็นเมืองต้นแบบของการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อตอบสนองความต้องการการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของจังหวัด ภายใต้โครงการ Krabi Goes Green ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2569 โดยในปี พ.ศ. 2564 จะเป็นปีแรกที่สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างน้อย 2 ชั่วมงต่อวัน จากศึกษาพบว่าจังหวักกระบี่มีทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงาหมุนเวียนอยู่มาก เช่น ชีวมวลจากอุตสาหกรรมปาล์ม จากไม้ยางพารา แก๊ซชีวภาพจากการหมักน้ำเสียในโรงงานปาล์มและการทำยางพารา และยังมีพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีศักยภาพในการพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย

คุณทราบไหมคะว่าที่จังหวัดกระบี่ การทำสวนปาล์มและการผลิตน้ำมันปาล์มนั้นสามารถให้พลังงานชีวมวลจำนวนมหาศาล กิ่ง ใบปาล์มที่ถูกตัดทิ้งตลอดเวลา สามารถให้พลังงานชีวมวล 7,920 กก.ต่อไรต่อปี ซึ่งจะนำมาผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 97-117 เมกะวัตต์ในทุกๆ 30 ปี ต้นปาล์มจะถูกโคนและปลูกใหม่ ก็ยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 52-63 เมกะวัตต์ ต่อลำต้นปาล์ม 1ล้านตันต่อปี ยิ่งกว่านั้นพลังงานแก๊สชีวภาพ ที่ได้จากการหมักน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปาล์ม โดยปาล์มทั้งทะลาย จำนวน 3,500 กิโกกรัม สามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้ 58.8 ลบ.เมตร หากจะสรุปศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 1,676 เมกะวัตต์ หากการใช้พลังงานหมุนเวียนที่จังหวัดกระบี่เป็นไปตามคาดการณ์ จะช่วลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมากถึง 1,400,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และในอนาคตจะขยายไปสู่จังหวัดใกล้เคียงและจังหวัดของประเทศ

กองทุนแสงอาทิตย์ (Thailand Solar Fund) อีกหนึ่งโครงการที่เกี่ยวข้องกับการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ โดยมุ่งเน้นไปที่พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการระดมทุนของภาคประชาชนและนักวิชาการในการสร้างหลังคาพลังงานแสงอาทิตยืให้กับโรงพยาบาลรัฐ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลท่าสองยาง จ.ตาก โรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีษะเกษ โรงพยาบาลศรีอุดม จ.อุบลราชธานี โรงพยาบาลชุมแพ จ.ขอนแก่น โรงพยาบาลแก่งคอย จ.สระบุรี โรงพยาบาลสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และโรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพร โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องไฟฟ้า และนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยและบริการประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแทน การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ขนาด 30 เมกะวัตต์จะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 200,000 บาทต่อปี และหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จและดำเนินต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นๆทั่วประเทศ ลองคิดดูนะคะว่าหากเราสามารถติดตั้งได้ทุกโรงพยาบาลจะสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 7,200 ล้านบาทต่อปี

ถึงแม้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะมีค่าการลงทุนที่สูงกว่าถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติดอย่างมาก หรือประมาณ 300-3,000 ล้านบาทต่อปี แต่สำหรับความต้องการที่จะอนุรักษ์พลังงานแล้วในอีก 20 ปีข้างหน้า พลังงานหมุนเวียนจะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและของโลกอย่างมาก ไม่ว่าจะด้านการจ้างงานที่จะต้องการแรงงานในภาคพลังงานนี้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด และยังเป็นการสร้างพันธมิตรด้านพลังงานกับต่างประเทศอีกด้วยคะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น